Business Model Shift คืออะไร

by

— last updated:

first published:

Business Model Shift คืออะไร

หลังจากที่เราได้เรียนรู้ Business Model และ Business Model Innovation กันมาหลายตอนแล้ว ทีนี้ ถ้าเราอยากจะปรับ Business Model ของธุรกิจเราบ้าง เราจะทำอย่างไร วันนี้มาแนะนำให้รู้จัก คำว่า Business Model Shift กันครับ

1. Business Model Shift คืออะไร

Business Model Shift คือการเปลี่ยนแปลง Business Model ของเดิมของบริษัทที่ “ตกยุค” หรือ “หมดอายุ” โดยการเปลี่ยน (Shift) ไปสู่ Business Model ที่ตอบสนองกับยุคสมัยได้ดีกว่านั่นเอง

Business Model Shift คือการเปลี่ยนแปลง Business Model เดิมที่ “ตกยุค” โดยการเปลี่ยนสู่ Business Model ใหม่ ที่ตอบสนองกับยุคสมัยได้ดีกว่า

โสภณ แย้มกลิ่น

2. Business Model Shift กับ Business Model Innovation เหมือนกันไหม

ถ้าเราอ่านเรื่อง Business Model Innovation คืออะไร จะพบมันก็คือเรื่องใกล้เคียงกันนั่นเอง แต่เนื่องจากมีคนใช้คำว่า Business Model Innovation หลายแบบ มีการตีความกันหลากหลาย จึงมีคนใช้คำศัพท์เดียวกัน แต่ความหมายแตกต่างกัน เช่น

แบบที่ 1

  • คำว่า Business Model คือ การที่ธุรกิจเข้าใจว่าการทำธุรกิจเป็นมากกว่าแค่มีสินค้าและบริการที่ดี แต่ต้องคิดถึงเรื่องอื่นๆ ด้วย สามารถเขียน Business Model เป็น
  • ส่วนคำว่า Business Model Innovation คือ การที่ธุรกิจมีการปรับปรุง Business Model เดิมให้ดีขึ้น

แบบที่ 2

  • คำว่า Business Model Innovation คือ การที่ธุรกิจเข้าใจว่าการทำธุรกิจเป็นมากกว่าแค่มีสินค้าและบริการที่ดี แต่ต้องคิดถึงเรื่องอื่นๆ ด้วย สามารถเขียน Business Model เป็น
  • ส่วนคำว่า Business Model Shift คือ การที่ธุรกิจมีการปรับปรุง Business Model เดิมให้ดีขึ้น

แบบที่ 3

  • คำว่า Business Model Innovation คือการออกแบบธุรกิจใหม่ตั้งแต่ต้น โดยใช้ Business Model เป็นเครื่องมือ
  • ส่วนคำว่า Business Model Shift คือ การมีธุรกิจอยู่แล้ว และต้องการปรับปรุง Business Model เดิมให้ดีขึ้น

จะเห็นได้ว่า ทั้ง 3 แบบ แม้เป็นคำศัพท์เดียวกัน แต่คนเข้าใจกันคนละความหมาย ซึ่งผู้เขียนก็เห็นความสับสนนี้ตั้งแต่ในงานวิชาการ รวมไปถึงในโลกธุรกิจจริง

อย่างไรก็ตาม จะใช้นิยามแบบไหน หัวใจสำคัญก็คือ เขียน Business Model เสร็จยังไม่พอนะครับ แต่ต้องเอา Business Model มาวิเคราะห์ดูว่า เราจะปรับเปลี่ยน Business Model อย่างไรให้ดีขึ้นด้วยนั่นเอง

ดังนั้น ถ้าเราไม่ได้เป็นนักวิจัย เราทำความเข้าใจง่ายๆ ก็ได้ว่าการเข้าใจ Business Model มันมี 2 ขั้นตอน คือ

  1. เขียน Business ให้เป็น และ
  2. เมื่อเขียนแล้ว ต้องปรับปรุง Business Model ให้ดีขึ้นอยู่เสมอ

3. Business Model Shift ยากเพราะอะไร

Business Model Shift ยากเพราะอะไร เพราะการปรับ Business Model ไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นความเสี่ยงที่ธุรกิจต้องพิจารณาว่าคุ้มค่าที่จะเสี่ยงไหม
Business Model Shift ยากเพราะอะไร เพราะการปรับ Business Model ไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นความเสี่ยงที่ธุรกิจต้องพิจารณาว่าคุ้มค่าที่จะเสี่ยงไหม

Business Model Shift ยาก เพราะว่า เป็นการทำต่อยอดจาก Business Model เดิมที่ทำอยู่

ไม่เหมือนกันการออกแบบ Business Model ใหม่จาก 0 ครับ

(แนะนำให้ผู้อ่าน อ่านเรื่อง Business Model Innovation มีกี่แบบ ประกอบเพิ่มเติม)

แต่การทำ Business Model Shift ก็มีข้อดี คือ เรารู้จักลูกค้า รู้จักตลาดดีอยู่แล้ว เราย่อมเข้าใจตลาด เข้าใจโมเดลธุรกิจ ได้ดีกว่าคนอื่น

แต่ถ้าจะว่ายาก ก็เพราะ Business Model Shift นั้น

  1. ธุรกิจเดิมก็ยังดำเนินการอยู่ ยังต้องทำต่อไป
  2. ต้องคิดว่าจะปรับธุรกิจเดิมให้ดีขึ้นได้อย่างไร

ซึ่งการทำทั้งสองอย่างพร้อมกัน ต้องการทักษะที่ไม่เหมือนกัน คือ

การทำธุรกิจบน Business Model ปัจจุบัน จะใช้ mindset แบบการบริหารจัดการ (Management) คือ เน้นประสิทธิภาพเป็นหลัก เช่น ลดต้นทุน ลดความผิดพลาด เพิ่มยอดขาย เป็นต้น

ในขณะที่ การเปลี่ยน Business Model ใหม่ หรือที่เรียกว่า Business Model Shift จะใช้ mindset แบบผู้ประกอบการ (entrepreneur) คือ เน้นสร้างโอกาส ไม่เน้นประสิทธิภาพ เสี่ยงได้ ผิดพลาดได้ ลองผิดลองถูกได้ เป็นต้น

ถ้าเป็นองค์กรธุรกิจขนาดเล็ก ผู้บริหารต้องมีทักษะทั้ง 2 อย่าง คือ Entrepreneurial Skills และ Management Skills ในคนเดียว ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เราจึงเห็นคนที่เป็นผู้ประกอบการที่สร้างธุรกิจสำเร็จ แต่พอธุรกิจโตกับขายให้คนอื่นสะงั้น เพราะงานบริหาร ไม่ใช่งานที่ถนัด และ น่าเบื่อ ในสายตาเขา

ในขณะที่องค์กรใหญ่ ก็มีปัญหาเรื่อง เน้นประสิทธิภาพ เน้น KPI เกินไป จนไม่มีใครอยาก เสี่ยง Shift ไปไหน เพราะส่งผลต่อการประเมินของพนักงาน

Business Model Shift จึงเป็นเรื่องที่ต้องการ การวางแผนอย่างดีในองค์กรใหญ่ๆ ครับ

4. การลดความเสี่ยงของ Business Model Shift

การปรับเปลี่ยนธุรกิจ โดยคาดหวังว่า จะไม่ให้พลาดเลย ไม่ให้เสี่ยงเลย ห้ามล้มเหลวเลย แทบเป็นไปแทบไม่ได้ เพราะไม่มีใครรู้อนาคตครับ

แต่ที่ทำได้คือ การลดความเสี่ยงที่จะผิดพลาดให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้

เครื่องมือในการลดความเสี่ยงการ Business Model Shift มีหลายวิธี เช่น

  1. Business Model Testing เพื่อดูว่าสิ่งที่คิดไว้ถูกต้องไหม โดยยังไม่ต้องลงมือทำธุรกิจจริง
  2. การนำ Business Model Pattern ที่มีคนอื่นทำแล้ว อาจเป็นในอุตสาหกรรมเดียวกัน หรือ อุตสาหกรรมอื่นก็ได้ มาปรับใช้กับธุรกิจเราบ้าง เพราะอย่างน้อยก็พอเห็นเค้าลางๆ ว่า เค้าทำได้จริงและสำเร็จจริงไปแล้ว
  3. และการสร้าง Business Model Portfolio เพื่อลดความเสี่ยงที่ Business อันใดอันหนึ่งจะล้มเหลว เหมือนฝากไข่ไว้หลายตะกร้า มันคงไม่แตกพร้อมกันหรอกน่า (แน่ใจเหรอ?)

ไว้บันทึกถัดไป จะมาเล่าเรื่องการลดความเสี่ยงของ Business Model กันนะครับ

63636363636363636363636363

อ่านมาถึงตรงนี้ก็ต้องขอบคุณผู้อ่านทุกคนมาก ถ้าอยากอ่านเรื่อง Business Model รวมไปถึงการออกแบบคุณค่า (Value Proposition Design) และนวัตกรรมโมเดลธุรกิจ (Business Model Innovation) เพิ่มเติม สามารถอ่านได้จากหน้าสารบัญ 

หากผู้อ่านอยากรู้เรื่อง Business Model แบบลึกซึ้ง สามารถติดต่อผู้เขียนเรื่องฝึกอบรมหรือการทำ workshop ได้ โดยสามารถดูรายละเอียดช่องทางการติดต่อผู้เขียนได้ที่ About ครับ


บันทึกนี้อยู่ในซีรีย์นวัตกรรมโมเดลธุรกิจ (Business Model Innovation) สามารถอ่านเรื่องอื่นในซีรีย์เพิ่มเติมได้จาก link


  1. นวัตกรรม (Innovation) คืออะไร
  2. S Curve คืออะไร
  3. The New S Curve คืออะไร
  4. Innovation Adoption คืออะไร
  5. นวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ (Efficiency Innovation) คืออะไร
  6. นวัตกรรมเพื่อต่อยอด (Sustaining Innovation) คืออะไร
  7. นวัตกรรมเพื่อธุรกิจใหม่ (Transformative Innovation) คืออะไร
  1. Business Model คืออะไร
  2. Business Model คืออะไร: Alex Osterwalder Masterclass in Thailand
  3. Business Model Canvas คืออะไร
  4. Business Model กับ Business Plan ต่างกันอย่างไร
  5. กลุ่มลูกค้า (Customer Segments) คืออะไร
  6. ทรัพยากรหลัก (Key Resources) คืออะไร
  7. กระแสรายได้ (Revenue Streams) คืออะไร
  1. Business Model Innovation คืออะไร
  2. Business Model Innovation มีกี่แบบ
  3. Business Model Shift คืออะไร
  4. กลุ่มลูกค้าย่อย (Customer Micro Segmentation) คืออะไร
  5. โมเดลธุรกิจขยายตัว (Scalable Business Model) คืออะไร
  6. Unfair Advantage คืออะไร
  1. แผนธุรกิจ (Business Plan) คืออะไร

โสภณ แย้มกลิ่น (Sophon Yamklin) Avatar


Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *