Mindfulness: อยู่สวนสันติธรรม 2: ได้กราบหลวงพ่อ

วันที่สอง 24 พฤศจิกายน 2552

วันนี้ตื่นแต่เช้าประมาณตี 4 กว่า ๆ เพิ่งทราบตอนจะนอนว่าลืมเอานาฬิกาปลุกมาวัดด้วย ที่ตื่นเช้าไม่ใช่อะไรหรอกนะ หนาวมากๆๆ ขนาดใส่เสื้อยืด + เสื้อหนาวแบบสเวตเตอร์สวมหัว + เสื้อแจ็กเก็ตอย่างหนาตัวใหญ่ๆ ทั้งหมดสามชั้นยังหนาวสะท้านจนต้องตื่น สาเหตุเพราะพื้นห้องเป็นหินอ่อนความเย็นเลยถ่ายทอดผ่านเสื่อขึ้นมาถึงตัว + ผ้าห่มค่อนข้างบาง คืนนี้จะเอาเบาะยางพาราบางๆ ที่เค้าปูไว้ให้บนตั่งมาปูพื้นก่อนหนึ่งชั้นแล้วค่อยปูเสื่อ จะได้ไม่หนาวมาก

ตี 5 กว่าๆ เริ่มทำวัตรเช้า เดินจงกรม + นั่งสมาธิอีกเล็กน้อยพอเป็นพิธี เห็นเลยว่าใจยังไม่เป็นธรรมดา ประคองอยู่ตลอด ดิ้นรนไม่เลิก อ้อ เมื่อวานตอนเดินจงกรมในศาลาเห็นอัตตาตัวเองมากมาย ขนาดปฎิบัติไม่เอาไหนอัตตายังตัวเบอเริ่ม จะกูเก่งไปถึงไหน..พ่อคุ้ณณ

อาบน้ำเสร็จมัวแต่โอ้เอ้เล็กน้อยเลยไปถึงศาลาอาหารประมาณ 7.20 วันนี้ไม่แน่ใจว่าหลวงพ่อท่านอยู่วัดหรือเปล่า แต่ไงก็ปั่นการบ้านเตรียมตัวไปล่วงหน้า ^^ ไปนั่งรอในศาลาประมาณ 7.30 เจอคุณจิ้บมาแนะนำเกี่ยวกับการฟังธรรมหลวงพ่อในวันวัดปิด / วัดเปิด


ในวันวัดปิดเช่นวันนี้ให้มาประมาณ 7.45 ไม่ต้องมาเร็วมากก็ได้ ฟังธรรมเสร็จถวายอาหารพระ รับพรแล้วออกไปรอตักอาหารเช้าข้างนอก ตักอาหารเผื่อทานตอนเที่ยง (หรือเย็นด้วย) ให้ตักใส่ปิ่นโตเก็บไว้ (วัดเตรียมปิ่นโตไว้ให้แล้วไม่ต้องนำมาจากบ้าน) วันนี้นั่งคุยกับหลวงพ่อบริเวณที่หลวงพ่อสนทนาธรรมกับพระในวันวัดเปิด แต่หลวงพ่อจะหันหน้าออกมาหาพวกเรา (นั่งหันหน้าไปที่พระฉัน) ส่วนพวกเรานั่งพื้นหันหน้าไปหาท่าน

วันวัดเปิดก่อน 7.30 ให้เตรียมปิ่นโตและจานมาวางบริเวณถวายอาหารต่อจากพระสงฆ์ , แม่ชี เสร็จให้มานั่งฟังธรรมแถวแรก จะมีป้าย “อยู่วัด” วางจองไว้ให้ หลังหลวงพ่อแสดงธรรมเสร็จ 8.00 ให้รีบไปตักอาหารโดยไม่ต้องช่วยทำอะไรเพราะจะทำให้ไปตักอาหารช้า ตักอาหารเก็บไว้สำหรับเช้าและเที่ยงเหมือนปกติ และขออาสาสมัครหนึ่งท่านเขียนเบอร์ใส่กระดานเวลาท่านเรียกเบอร์โยม คุณจิ้บบอกว่าขอเป็นอาสาสมัครเพราะว่าจะเครียดหน่อย ๆ ^^”

โดยปกติหลวงพ่อจะมาสอนด้วยตัวเอง แต่ถ้าวันไหนท่านเหนื่อยมากจะให้ครูบาอ้ามาช่วยสอน เราก็นั่งตุ้มๆ ต่อมๆ ว่าวันนี้หลวงพ่อจะมาสอนเองหรือเปล่านะ ตอนนั่งรอตื่นเต้นจนพี่แมวรู้สึกได้ ทักเราว่าตื่นเต้นมากเหรอ ใจเย็นๆ นะ ตอนนั้นตื่นเต้นจริง ๆ นะ ไม่เคยได้ส่งการบ้านหลวงพ่อคนน้อยๆ แค่หกเจ็ดคนแบบนี้มาก่อน


หลวงพ่อมาประมาณ 8 โมง ได้กราบหลวงพ่อ ได้เห็นหลวงพ่อใกล้ ๆ รู้สึกดี ปีติมาก ท่านเริ่มตรวจการบ้านคุณรูธก่อน เวลาคุณรูธส่งการบ้านจะมีพี่แมวคอยแปลให้ คุณรูธน่าจะมีอาการคล้าย ๆ ผมคือตั้งใจมาก หลวงพ่อท่านแนะนำว่า 

“พยายามมากไป จงใจมากไป เวลาอยู่วัดเนี่ยไม่ต้องรีบร้อน ใช้ชีวิตให้ธรรมดาที่สุด ไม่ต้องคิดอะไรมาก ใช้ชีวิตให้ธรรมดา คอยดูเอา คนอยู่วัดวันแรกนะชอบเร่งความเพียร” 

ตอนนั้นนั่งฟังนี่พยักหน้าหงึก ๆ เลย บอกในใจว่าผมด้วยครับ ^^

มีคนถามหลวงพ่อเรื่องเผลอนาน หลวงพ่อบอกว่า

“ถ้าเผลอนานนะ มีเครื่องช่วยอยู่อย่างเดียวคือวิหารธรรม เป็นเครื่องอยู่ของจิต ให้เลือกวิหารธรรมที่เหมาะสม พุทโธก็ได้ เคลื่อนไหวก็ได้ เช่น พุทโธแล้วใจลอยก็รู้ว่าใจลอย แล้วกลับมาพุทโธสบาย ๆ อีก ถ้าฝึกอย่างนี้จะทำให้สติเกิดขึ้นเร็ว ถ้าอยากจะไปให้เร็วต้องมีวิหารธรรมนะ”

มีท่านนึงส่งการบ้านว่านอนไม่ค่อยหลับเหมือนมีใครมาปลุกตลอด (ตอนฟังเฉยมาก อย่างว่าละนะ นั่งอยู่กับหลวงพ่อจะไปกลัวอะไร) แล้วท่านก็ตรวจการบ้านไล่ไปเรื่อยๆ จนมาถึงเราได้ส่งเป็นคนที่หก เราก็บอกท่านว่าเรามีอาการประคอง เพ่งมากกว่าปกติ หลวงพ่อบอกว่า

“วันแรกๆ ก็อยากจะเร่งความเพียร อดทำไม่ได้หรอก ทุกคนแหละ” (จริงด้วยเนาะ อดไม่ได้) 

แล้วก็ส่งการบ้านเกี่ยวกับสภาวะธรรมส่วนตัว หลวงพ่อท่านเมตตาชี้แนะให้หลายจุด ให้การบ้านมาปฎิบัติ ที่สำคัญท่านบอกว่าค่อย ๆ ฝึกนะ ไม่รีบร้อน (แต่เราก็รีบร้อนทำการบ้านจนได้)

หลังจากท่านตรวจการบ้านครบทุกคนแล้วท่านก็สอนธรรมะเพิ่มเติมว่า

“หากดูจิตไม่ได้ให้ดูกาย กายเหมือนบ้านของจิต เมื่อเราหาเจ้าของบ้านไม่เจอให้เราเฝ้าดูที่บ้าน สักพักเราก็จะเห็นเจ้าของบ้านเอง”

“ถ้าดูจิตไม่ออกให้ดูกาย ดูจิตดูกายไม่ได้ให้ทำความสงบ ทำสมถะ ทำสมถะไม่เป็นก็ทำในรูปแบบนั้นแหละ จะเดินจงกรม หายใจ พุธโธอะไรก็ได้”

“ให้รู้ลงปัจจุบันเป็นขณะๆ ใจเปลี่ยนแปลงตลอด”

“ที่จงใจเพราะมีโลภะ ถ้ารู้ทันโลภะ ก็จะไม่จงใจ”

ก่อนไป ท่านเมตตาสอนพวกเราว่า

“รู้สึกตัวนะ รู้สึกตัวไว้ ดูจิตได้ให้ดูจิต ดูจิตไม่ได้ให้ดูกาย ถ้าทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ให้ทำอะไรขึ้นมาสักอย่างเป็นเครื่องอยู่ของจิต เช่น พุทโธ, หายใจ, เดินจงกรม หรือกวาดลานวัด รู้สึกไว้นะ รู้สึกไป..”

วันนี้ได้ใกล้ชิดหลวงพ่อเป็นพิเศษหลาย ๆ อย่าง (ถ้าจำวันไม่ผิด หลวงพ่อได้ให้พระมาด้วย 1 องค์ ได้รับจากมือหลวงพ่อเลย ปัจจุบันให้หมวยไว้ใส่คล้องคอ) รู้สึกปลาบปลื้มใจ ปีติมากๆ กราบขอบพระคุณหลวงพ่อมากๆ ครับ

หลังหลวงพ่อสอนเสร็จท่านไปพักผ่อนในห้อง เรารอรับพรจากพระ (ช่วงที่หลวงพ่อสอนเรา เจ้าหน้าที่ได้ถวายอาหารเรียบร้อยแล้ว ) พระท่านให้พรจากยถาไปจนสัพพี เราสาธุแล้วมาตักอาหารข้างนอก เริ่มจากตักใส่ปิ่นโตก่อนแล้วค่อยตักสำหรับมื้อเช้า เจ้าหน้าที่วัดจะไม่ตักอาหารจนกว่าพวกเรา (อยู่วัด) ตักอาหารเสร็จ เกรงใจจัง….

วันนี้ตักไว้เยอะมากเพราะกะปริมาณยังไม่ถูก (จริงๆ กะไม่ถูกสักวันเพราะตักเยอะทุกวัน โลภจริงจริ้งง) ช่วงทานอาหารนั่งคุยกับพี่แมวและคุณรูธนิดหน่อยทำให้ทราบประวัติคุณรูธคร่าวๆ เลยรู้ว่าหลายๆ คนผ่านหลักสูตรผู้เพ่งอย่างแรงกันมาแล้วทั้งนั้น ทานเสร็จไปล้างจานแต่เจ้าหน้าที่รับจานไปล้างให้ เค้ากำลังล้างจานที่ใส่อาหารรวมอยู่ เลยขอบคุณพี่ๆ เขาไป

เดินกลับห้อง แกะเทปที่หลวงพ่อเทศน์กับจดบันทึก + นั่งวาดรูปเล่น ตอนแกะเทปใจใสดี ได้ฟังธรรมะหลวงพ่ออีกรอบ นั่งสักพักก็ออกไปนั่งเล่นในศาลาใหญ่ เห็นความคิดฟุ้งซ่านเยอะแต่โมหะเยอะด้วย ง่วง ซึม เริ่ม จะเป็นหวัดหรือเปล่านะ

นักปฎิบัติมักจะยินร้ายกับความหลง แล้วก็ยินร้ายกับความเพ่ง (เขียนไว้ในไดอารี่ สงสัยอารมณ์ศิลปิน)


กลับมาห้องอีกรอบ เตรียมตัวไปทานข้าว กะทานเวลา 11.30 เผื่อหิวจะได้ต้มมาม่าทานได้อีกก่อนเที่ยง แต่สุดท้ายแค่กับข้าวในปิ่นโตก็อิ่มจะแย่แล้ว อึดอัด กินเสร็จไปเดินกับนั่งในศาลาใหญ่อีก แต่แป็ปก็ง่วงจัดเลยกลับมาห้อง อ่านคิริมานนทสูตรต่อแล้วก็เผลอหลับไป (ไม่เผลอหรอกนะ เขียนให้ดูดี จริงๆ ตั้งใจจะนอน) ช่วงก่อนจะหลับเห็นความคิดตัวเองชัดเจนดี

หลับไปประมาณบ่ายสองตื่นมาสามโมง…แล้วก็ หลับต่ออีก (ใช้ชีวิตธรรมดาที่สุดจริง ๆ ด้วยตรู T T) ตื่นมาอีกทีเกือบบ่ายสี่โมงแนะ ออกไปเดินจงกรมที่ลานจอดรถ + บ่อน้ำ ใจโล่งดีมาก คาดว่าได้นอนเลยสดชื่น ตอนเดินถ้ารู้สึกถึงกายมันเดิน รู้ถึงความเคลื่อนไหวก็ทำให้คลายเพ่งไปได้บ้างแว้ป ๆ (แต่ยังจงใจนะ ไม่ได้จิตตั้งมั่นหรอก) สักพักใจจะเพ่งเท้าโดยเฉพาะช่วงก้าวแรกๆ ที่กลับตัวเสร็จ สักพักก็เพ่งกายทั้งกายแทน

มาเดินต่อในศาลาใหญ่อีกแป็ปจนห้าโมงกว่า กลับไปกวาดลานหน้าห้องจนใกล้ๆ มืด เข้าห้องมาอ่านหนังสือธรรมะ, คุยกับหมวย, สวดมนต์ทำวัตรเย็น ออกไปเดินข้างนอกอีกตามฟอร์ม ไปกินไวตามิลค์ที่โรงอาหาร ออกจากห้องเห็นความกลัวเหมือนเดิม วันนี้ลองส่องไฟไปที่ไกลๆ ดูบ้างก็ตื่นเต้นดีนะ ตอนอยู่ที่โรงอาหารมีเจ้าแมวอ้วน (มาก) เดินเข้ามาร้อง เหมียววว….ตกใจหมดเลย!! เห็นเป็นเราตกใจนี่แหละไม่ใช่ความตกใจเป็นสิ่งถูกรู้อะไรหรอกนะ

กินเสร็จก็กลับห้องมาเปลี่ยนชุดขี้เกียจอาบน้ำเพราะมืดแล้ว ก่อนนอนสวดมนต์อีกหน่อย, ทำมือแบบหลวงพ่อเทียนอีกนิด คืนนี้เอาที่นอนยางพารามาปูพื้นใต้เสื่อ น่าจะค่อยยังชั่วขึ้นน่า


สรุปวันที่สอง วันนี้ดีขึ้นกว่าวันแรกนิดนึงเพราะได้รับพลังจากหลวงพ่อ แต่โมหะเยอะทั้งวัน ไม่รู้เป็นหวัดหรือกินเยอะกันแน่ ได้การบ้านก็ตั้งใจทำใหญ่เลยโดยไม่เห็นตัวอยากที่บงการอยู่ ยังจงใจเหมือนเดิม ประคองลดลงบ้าง เริ่มชักจะมีโทสะกับอาการประคองแล้ว เริ่มคิดจะเลิกเดินเผื่อจะเพ่งน้อยลงบ้าง

วันนี้ยาวจริง ๆ ขอบคุณที่ตามอ่าน ธรรมรักษานะครับ


Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *