
ไปคราวนี้หมวยจดบันทึกไว้ เลยขอ Copy ที่หมวยเขียนไว้ทั้งหมดมาลงไว้ โดยผู้เขียนมาเพิ่มคำสอนครูบาอาจารย์เพิ่มเติม)
ทริปอีสาน 4 วัน 3 คืน : 14-17 พฤษภาคม 2554
วันเสาร์ที่ 14 พ.ค. 2554
นั่งสายการบินแอร์เอเซีย จองตั๋วเครื่องบินแบบราคาโปร 0 บาท ไป-กลับ 2 คน ราคา 900 บาท (คุ้มสุดคุ้มแต่ต้องจองข้ามปีเลย…^^) แต่ถ้าจองแบบนี้แล้วไม่ซื้อแบบระบุที่จะไม่ได้นั่งด้วยกัน ความโชคดีมาเยื่อนได้นั่งแถวแรกสุด ซึ่งเป็น hot seat ปกติต้องเสียตังค์ซื้อเพิ่มเครื่องออกจากสุวรรณฯ เวลา 7.00 น. ถึงสนามบินอุดรฯ 8.15 น.
รับรถ Avis ที่สนามบิน จ.อุดรฯ ราคาค่าเช่ารถ 3,160 บาท/4วัน เป็นรถ Vios โชคดีได้รถใหม่เอี่ยมเลย ยังเหม็นกลิ่นใหม่อยู่เลย กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ก่อนเริ่มเดินสายทำบุญ ต้องหาอะไรรองท้องก่อน ขับเข้าเมือง ผ่านร้านเป็ดย่างฮ่องกง เลนแวะทานที่ร้านนี้ ราคา 103 บาท รสชาติใช้ได้ อาหารที่สั่ง บะหมี่เป็ด หมูกรอบ ข้าวหน้าเป็ดหมูกรอบ และน้ำส้มสแปรช
ออกเดินทางไปสกลนคร แวะกราบ หลวงปู่บุญมา คัมภีรธัมโม วัดป่าศรีพนม เป็นวัดแรกของทริปนี้เลยถือเป็นฤกษ์งามยามดี และโชคดีมากๆ เพราะได้เสวนาธรรมกับท่านตัวต่อตัว ท่านได้สอนธรรมะมากมาย จะหยิบ mp 3 มาอัด แบตดันหมด สรุปได้ว่า “หมั่นเพียรปฏิบัติ เพื่อหลุดพ้นพบพระนิพพาน” โดยมีคำสอนหลวงปู่ดังนี้

“อย่าสงสัยว่าทำอย่างไรจึงจะพบพุทธศาสนาทุกชาติไป
ก็ปัจจุบันได้พบแล้ว
ได้ปฎิบัติให้จิตใจ
ถึงพระพุทธศาสนาแล้วหรือยัง”
“ธรรมะนะ ไม่ใช่เหมือนมาถามวิธีปอกกล้วยเข้าปาก มันมีที่ไหนกันเล่า
มันต้องพากเพียรด้วยตนเอง
ครูบาอาจารย์ท่านก็พากเพียรมาทั้งนั้น”
“ที่มาปฎิบัติก็เพื่อให้เบื่อหน่ายในขันธ์
เมื่อเบื่อหน่ายก็คลายกำหนัด
เมื่อคลายกำหนัดก็หลุดพ้น
ก็จะพบกับความสุขที่เรียกว่า นิพพาน”
“ที่นั่งแล้วอึดอัดทนไม่ได้
ก็เพราะกิเลสมันกลัวตาย
ถ้านั่งแล้วตายให้เพื่อนโทรมาบอกหลวงปู่เลย หลวงปู่จะไปสวดศพให้เองเลย”
“ครูบาอาจารย์ท่านปฎิบัติง่ายก็เพราะท่านเคยทำมาก่อน เหมือนเคยฝากเงินในธนาคารมาเยอะจะถอนก็ถอนได้
เราไม่เคยฝาก ไปขอถอน
เขาจะให้ไหมละ”
“นักปฎิบัติสมัยนี้
เริ่มลงมือปลูกมันวันนี้
ก็หวังจะขุดหัวมันกินวันนี้เลย
จักได้แต่ที่ไหน”
“มีสติสมาธิอยู่กับตัวจึงจะเจริญปัญญาได้ อยากได้ผลงาน แต่ไม่เข้าที่ทำงาน แล้วจะเอาผลงานจากที่ไหน”
“ครูอาจารย์สมัยนี้เป็นด็อกเตอร์
แต่ศีล ๕ ไม่มีแม่พิมพ์ไม่ดี
จะให้พิมพ์ออกมาดีได้อย่างไร”
จากนั้นแวะกราบหลวงปู่อุ่นหล้า ฐิตธมฺโม วัดป่าแก้วชุมพล แต่ไม่พบท่าน ท่านไปจำพรรษาที่วัดธรรมประดิษฐ์ จ.อุดร แต่ได้ดูพระท่านทำไม้สีฟัน กว่าจะได้ 1 อัน ช่างซับซ้อนจริงๆ พระท่านได้บอกว่าเดี๋ยวนี้คนหันไปปลูกต้นยางกันเยอะ ไม้ที่จะเอามาทำไม้สีฟันหายากขึ้นทุกที (จำชื่อไม้ไม่ได้ซะแล้ว ^^”) ถ้าไม้หมดไม่รู้พระป่าท่านจะใช้อะไรแทนหนอ
ใกล้เที่ยงแล้ว และฝนก็เริ่มตก เป้าหมายต่อไปหาที่ทานข้าวในร่ม พอดีผ่านโลตัสเลยแวะทานข้าวกลางวันที่โลตัส อ.สว่างแดนดิน ร้านอาหารกาแฟชาวดอย สั่งข้าวผัดมันปู กับ ข้าวผัดอเมริกัน ไม่ค่อยอร่อย (ถือคติกินเพื่ออยู่ ^^”) พอทานเสร็จก็แวะซื้อของถวายพระในวันรุ่งขึ้นที่นี่เลย
หลังจากซื้อของเรียบร้อยแล้ว มุ่งหน้าไปวัดถ้ำพวง พระอาจารย์วัน อุตตโม ซึ่งอยู่บนเขา วิวสวยงามมากๆๆ ที่นี่ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยว คนขึ้นมาเยี่ยมชมตลอด ที่นี่ได้ดูอัฐิธาตุของครูบาอาจารย์หลายท่าน งดงามมาก และได้ไปดูสถานที่จำลอง การประสูติ ตรัสรู้ แสดงธรรมและปรินิพพานของพระพุทธเจ้า แต่ฝนเริ่มตกปรอยๆ เลยไม่ค่อยได้เดินอะไรมาก ที่วัดนี้ได้เห็นต้นสาละ ซึ่งเป็นต้นที่พระพุทธเจ้าปรินิพพาน แปลกและสวยไปอีกแบบ จะออกดอกใหญ่มากๆ
ความตั้งใจเดิมจะไปแวะ วัดวัดป่าภูริทัตตถิราวาส อ.บ้านผือ วัดที่หลวงปู่มั่นจำพรรษาเป็นที่สุดท้ายก่อนที่ท่านจะมรณะภาพ แต่ฝนตกหนักแล้วก็ใกล้ค่ำเลยไม่ได้ไปต้องเลื่อนเป็นทริปหน้าแทน
ขับไปที่พักที่เมืองสกลนคร แวะพักที่ U-Hotel เป็น รร. เพิ่งเปิดใหม่ ประมาณ 5 เดือน อยู่ตรงข้ามประตู 1 ม.ราชภัฎสกลนคร ราคา 800 บาท (ราคาเต็ม890 บาท) ห้องพักสะอาดสะอ้านสวยงาม ดีกว่า MJ hotel ที่เคยพักครั้งก่อน แต่ฝนตกหนักมากเลยต้องกินข้าวที่ รร. ไม่ได้ไปทานอาหารอร่อยๆ ข้างนอกเลย
วันอาทิตย์ที่ 15 พ.ค. 54
ตื่นนอนแต่เช้าเพื่อไปใส่บาตรหลวงปู่อว้าน เขมโก เกือบไปไม่ทันใส่บาตรแน่ะ ^^” (ความขี้เกียจเข้าครอบงำทุกเช้า) หลังจากนั้นก็นั่งสวดมนต์ทำวัดเช้า ทำสังฆทาน และทานอาหารเช้าที่วัด ได้เจอคุณป้าคนนึงท่านจำเรา 2 คนได้ด้วยว่าเคยมาที่นี่ครั้งนึง แต่เรากับจำป้าไม่ได้ หวังว่าคราวหน้ามาใหม่จะได้เจอป้าคนเดิมและจำป้าเค้าได้ ^^
กลับ รร. ทานอาหารเช้า เป็นอาหารที่ไม่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมา ข้าวต้มปลาที่จืดที่สุดในโลก… เก็บของcheck out ออกจาก รร.
มุ่งหน้าสู่วัดดอยธรรมเจดีย์ หลวงปู่แบน ธนากโร แต่ไม่ได้พบท่าน เนื่องจากท่านไปจำพรรษาที่วัดอื่น (จำชื่อไม่ได้แล้ว T T) เลยนำของไปถวายสังฆทานด้วย พระอาจารย์ท่านเทศน์บอกไว้ว่า
“โยมชอบมาถามกรรมฐาน
แต่ไม่เห็นจะนำไปปฎิบัติกัน”
เป้าหมายต่อไป วัดภูทอก หลวงปู่จวน กุลเชฏโฐ ระหว่างทางแวะทานอาหารเที่ยงที่ร้านป้าแสร์ รสชาติอาหารใช้ได้ กินตามคำแนะนำในเน็ต ทางมาวัดภูทอกถนนขรุขระมาก ขนาดหลับมาตลอดทางยังรู้สึกได้…อิอิ…วัดภูทอกที่หลวงปู่จวนจำพรรษาเป็นภูเขาหน้าผาสูงชัน ต้องปีนบันไดขึ้นไปสักการะ วิวสวยอากาศเย็นสบาย แต่เล่นเอาเหนื่อยเลยกว่าจะปีนขึ้นไปถึง หันหลังไปมองคุณสามีหน้าซีดเลย เพราะกลัวความสูง ก่อนขึ้นไปเจอหลวงปู่องค์นึงก็ได้นำสังฆทานถวายท่าน ท่านบอกว่าใช้เวลาปีนขึ้นไปประมาณ 10-15 นาทีก็ถึง แต่เราสองคนใช้เวลานานมาก ^^”
ตามแผนเดิมจะต้องแวะวัดป่าด่านวิเวกอีก 1 วัด แต่กว่าจะลงจากภูทอกก็ปาเข้าไป 4 โมงแล้ว เลยไม่ได้ไปวัดป่าด่านวิเวก หลวงปู่ทุย ฉันทกโร เอาไว้ไปทริปหน้า
ใช้เวลาชั่วโมงกว่ากว่าจะถึงหนองคาย จองที่พักไว้ที่ พันล้านรีสอร์ท เป็นรีสอร์ทเพิ่งเปิดใหม่ อยู่ใกล้กับสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ราคา 1,000 บาท (ขอเค้าลดจาก1,250 บาท) เพิ่งเปิดได้ 5-6 เดือน เป็นบ้านหลังๆ ห้องใช้ได้สะอาดสะอ้านมีที่จอดรถข้างบ้านเลย สะดวกดี มีอินเตอร์เน็ตให้เล่นด้วย บริการดี ตอนแรกคิดไว้ว่าจะไปแวะเวียงจันทร์พรุ่งนี้ซักแป๊บ แต่พอถามรายละเอียด รร. ดูยุ่งยากจัง ต้องนั่งรถเหมาข้ามไปแล้วไปหารถที่โน่นเพื่อเที่ยวต่อ กลัวข้ามไปแล้วโดนหลอก เลยตัดสินใจไม่ไปดีกว่า รอชวนเพื่อนๆ มากันหลายๆ คนแล้วค่อยไป
ปีนเขาจนเหนื่อย ต้องหาข้าวเติมพลัง แวะทานข้าวเย็นที่แดงแหนมเหนือง ร้านดังเมืองหนองคายคนเยอะตามระเบียบ เหนื่อยจากความหิวมากัน 2 คน แต่สั่งไป 4 อย่าง สุดท้ายเหลือตรึม โลภะเข้าแทรกตลอดหงะ ^^” กินเสร็จก็ขับรถชมเมืองซักแป๊บก็กลับเข้าที่พัก ตอนปีนเขาพยายามคิดว่าจิตไปคิดให้เมื่อย ไม่ใช่กายเมื่อย มันก็ไม่เมื่อยเลยแหะ แต่งัยพอถึง รร. เมื่อยขาสุดๆ สงสัยจิตหลงไปกิเลสไม่รู้ตัว ขาเกร็งไปหมด สังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยงจริงๆ
วันจันทร์ที่ 16 พ.ค.54
วันนี้ตื่นสายหน่อย เพราะไม่ได้มีแผนไปตักบาตรตอนเช้า กว่าจะออกจากโรงแรมประมาณ 9.30 น. ตั้งแต่มายังไม่ได้ช้อปเลย ขอแวะไปช้อปปิ้งที่ตลาดท่าเสด็จ อ.เมืองหนองคาย ได้กระโปรงใส่ไปวัด 1 ตัว กับเสื้อฝากป้าแม่บ้าน 1 ตัว ออกจากตลาดประมาณ 11 โมงกว่า (กะจะเดินแป๊บเดียว ก็ปาเข้าไปเป็น ชม. อิอิ)

ก่อนจะถึงวัดแวะทานข้าวเที่ยงที่ เอกก๋วยเตี๋ยวเป็ด อร่อยดี คนขายของใน 7-eleven แนะนำ จากนั้นมุ่งสู่วัดป่านาคูณ หลวงปู่บุญมี ปริปุณฺโณ โชคดีไปตอนที่ท่านให้ญาติโยมเข้าพบพอดี แต่เนื่องจากธาตุขันตของท่านไม่ค่อยแข็งแรง พอถวายสังฆทานเสร็จก็กราบลาท่านทันที
ขับต่อไปที่วัดป่าหนองกอง หลวงปู่เพียร วิริโย เพื่อไปดูอัฐธาตุของหลวงปู่เพียร ที่วัดกำลังก่อสร้างเจดีย์เพื่อเป็นที่เก็บอัฐธาตุของหลวงปู่อยู่ และได้ถวายสังฆทานด้วย
วัดต่อไปคือ วัดป่าภูทอง หลวงปู่คูณ สุเมโธ แต่ท่านไม่อยู่ และนำสังฆทานมาถวายด้วย

ขับกลับอุดรฯ เข้าพักที่ รร. ประจักษ์ตรา ราคา 1,200 บาท พอเข้า รร. ซักพักฝนก็เริ่มตกหนัก แต่แผนที่วางไว้จะไปกราบ หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป เวลาที่เข้าพบท่านได้ 17.30-18.30 น. ตั้งใจว่าจะไปแล้วก็ไม่ลดละความพยายาม เราก็ฝ่าสายฝนกันไป ลุยน้ำที่เจิงนอง พอถึงวัดหลวงปู่ฝนก็เริ่มซา คนมาพบหลวงปู่มากอยู่ ระหว่างรอถวายปัจจัย ได้นั่งดูหลวงปู่ตั้งชื่อให้พระบวชใหม่ ท่านอายุเกือบ 100 ปีแล้วแต่ท่านยังสามารถอ่านหนังสือด้วยแว่นขยายได้อยู่เลย เวลามองหน้าท่านสุขใจจัง เปี่ยมไปด้วยเมตตา หลังถวายปัจจัยท่านให้พรด้วย วันที่ 8-10 ต.ค.54 จะมีงานฉลองครบรอบ 100 ปีของหลวงปู่ ซึ่งวันเกิดท่านจริงๆ คือวันที่ 10 ต.ค.
จากนั้นก็ไปตระเวนหาที่ทานข้าวเย็น สรุปทานที่ร้านข้าวต้ม กันเอง คนเยอะมาก รสชาติใช้ได้ พอทานเสร็จก็กลับ รร.
วันอังคารที่ 17 พ.ค.54
ตื่นเช้าใส่บาตรวัดป่าบ้านตาด มาเกือบไม่ทันใส่บาตร คนเยอะมากมาย ล้นศาลาเลย หลังจากที่ใส่บาตรเสร็จก็เข้ามานั่งในศาลา เพื่อรอรับพรจากท่าน พระอาจารย์สุดใจ ทนฺตมโน เจ้าอาวาสวัดบ้านตาด ระหว่างรอให้พระฉันอาหารเสร็จได้นั่งคุยกับยายหลานคู่นึง และเป็นเรื่องบังเอิญมากน้องคนนี้ได้รับใช้หลวงตาตั้งแต่อายุ 3 ขวบ น้องชื่อ “ณรงค์กร (น้องต้นข้าว)” ตอนนี้อายุ 9 ขวบ คุณยายเล่าว่า ตั้งแต่เด็กๆ น้องขอมากราบหลวงตาที่วัดบ้านตาด หลวงตาเอ็นดูน้องเค้ามาก ได้ให้เวลาน้องคนนี้เข้าพบตัวต่อตัวด้วย สงสัยน้องเค้าคงมีความเกี่ยวเนื่องกับหลวงตาตั้งแต่ชาติก่อน หลวงตาบอกน้องเค้าว่า ถ้าหลวงตาไม่อยู่แล้วให้ไปเรียนกับหลวงปู่ลี และให้น้องช่วยเหลือคน (อนาคตอาจจะเป็นพระอาจารย์ที่จะมาช่วยเผยแพร่พระศาสนาต่อไปก็ได้^^) จากนั้นได้แวะเข้าไปกราบคุณแม่จันดีด้วย
เสร็จบ้านตาดก็กลับ รร. Check out กว่าจะออกจาก รร.ก็เที่ยงแล้ว เลยไปหาร้านทานข้าว แต่ไม่รู้จะทานอะไร เลยทานศูนย์อาหารที่ Big C และแวะซื้อของถวายสังฆทานหลวงปู่ลีด้วย
เดินทางสู่วัดผาแดง หลวงปู่ลี กุสลธโร แต่ไม่ได้พบท่าน พระท่านบอกว่าหลวงปู่เพิ่งเข้าห้องพักผ่อน มีแขกมาพบท่านมากในช่วง 2-3 วันนี้ ท่านไม่ค่อยแข็งแรง เป็นโรคชรา เราเลยถวายสังฆทานกับพระรูปอื่นแทน วัดหลวงปู่สงบเงียบดีจัง
ก่อนกลับไปสนามบิน แวะกราบพระธาตุ หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร วัดประชาชุมพลพัฒนารามวัดเงียบมาก ได้เข้าไปกราบอัฐิธาตุของหลวงปู่ และได้เห็นหนังสือของหลวงปู่ คำสอนของหลวงปู่อ่อนสา
“ให้ภาวนาพุทโธ ไปเรื่อยๆ
ยืน เดิน นั่ง นอน พุทโธตลอดเวลา
จิตใจถึงจะรอดพ้นได้
ไม่งั้นเสือเอาไปกินหมดทุกวันนี้มันก็กินเราเกือบหมด
มันกิน ตา หู จมูก ลิ้น กายใจ
เสือตัวนี้ก็คือกิเลส
มันดุร้าย มันแข็งแรง
ลากชีวิตสัตว์ เอาไปกินมานับชาติไม่ได้”
“การอยู่หมู่มาก
มันเป็นเหตุถ่วงจิตใจ
ให้ถอยจากความเพียร”
เนื่องจากอยากได้หนังสือของหลวงปู่ เลยเดินสำรวจหาที่แจกหนังสือ และได้พบกับพระรูปนึง ชื่อ พระอาจารย์นครินทร์ (พระอาจารย์ป้าง) ท่านได้มอบหนังสือให้ ซึ่งที่จริงหนังสือที่ไว้แจกหมดแล้วแต่ท่านหยิบจากในห้องสมุดพระให้ เพราะเห็นว่ามาไกลท่านก็เลยให้เลย …. ^^
ออกจากวัดไปสนามบิน ความโชคดีบังเกิดผลหลังทำบุญได้นั่ง Hot Seat ทั้่งคู่ (แถวแรกเลย) โดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม และยังได้นั่งด้วยกัน เพราะที่นั่งว่าง ^^ ….. เป็นทริปที่อิ่มบุญอิ่มใจมากๆ ถึงแม้จะมีอุปสรรคเรื่องฝนบ้างแต่ก็ราบรื่นตลอดการเดินทาง ….. ถึงกรุงเทพ 18.40 น.

Leave a Reply