ปล.มาเขียนตอนสองเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2554 รายละเอียดจึงเลือนไปบ้างแล้ว
25 ก.ค. 2553
วันรุ่งขึ้นตื่นแต่เช้าเหมือนเดิม แวะใส่บาตรที่วัดป่าโนนนิเวศน์ก่อน เสร็จแล้วเริ่มออกเดินทางไปจังหวัดสกลนคร
ไปจังหวัดสกลนครโดยวิ่งทางอำเภอโคกสว่างแดนดิน โดยตามแผนนั้นกะว่าจะไปถึงวัดป่าแก้วชุมพลช่วงเช้า แต่เนื่องจากเปลี่ยนแผนเป็นใส่บาตรที่วัดป่าโนนนิเวสน์ จึงมาถึงวัดป่าแก้วชุมพลเวลาสายแล้วเหมือนกัน (จำไม่ได้ น่าจะ 9 โมงกว่า) แวะเข้าไปกราบ หลวงปู่อุ่นหล้า ฐิตธัมโม แต่เป็นช่วงเวลาที่ท่านพักผ่อนแล้ว จึงได้ถวายสังฆทานกับพระอื่นในวัดแทน

วัดป่าแก้วชุมพลเป็นวัดที่ พระอาจารย์สิงห์ทอง เคยจำพรรษาเป็นเจ้าอาวาส
(พระอาจารย์สิงห์ทองท่านมรณภาพด้วยอุบัติเหตุทางเครื่องบินเมื่อปี ๒๕๒๓ พร้อมครูบาอาจารย์อีก 4 ท่านคือ หลวงปู่บุญมา ฐิตเปโม, หลวงพ่อวัน อุตฺตโม, ท่านพระอาจารย์จวน กุลเชฏฺโฐ และท่านพระอาจารย์สุพัฒน์ สุขกาโม)
ในวัดนอกจากเจดีย์พระอาจารย์สิงห์ทองแล้ว ยังมีเจดีย์เก็บอัฐ (ที่เป็นพระธาตุแล้ว) ของคุณแม่ชีแก้วอีกด้วย ตอนแรกรีบๆ ไม่ได้กราบ แต่ได้แวะกลับที่วัดอีกรอบและได้กราบพระธาตุคุณแม่ชีแก้ว

หลังจากออกจากวัดป่าแก้วชุมพล ก็แวะไปกราบ หลวงปู่บุญมา คัมภีรธัมโม วัดป่าสีห์พนม ทางเข้าวัดจากถนนใหญ่อยู่ตรงข้าม ไม่ไกลจากวัดป่าแก้วชุมพล แต่อยู่และเข้าไปลึกประมาณ 4-5 กิโล วัดป่าสีห์พนมดูสงบ ร่มรื่น ต้นไม้ใหญ่เยอะมาก ไปถึงวัดหลวงปู่บุญมากำลังเทศน์โปรดญาติโยมกลุ่มใหญ่ที่แวะมาพอดี ท่านเทศน์เป็นภาษาอีสานจึงจับใจความได้ไม่ครบถ้วน แต่ใจความสำคัญว่า
“พวกโยมนะเบื่อๆ อยากๆ เบื่อไม่จริง เบื่อแต่ทุกข์ สุขไม่เบื่อ แบบนี้ใช้ไม่ได้หรอก
ต้องให้ได้ถึงนิพพิทา เบื่อสุข เบื่อทุกข์ ใจจึงจะน้อมเข้าหานิพพานอย่างแท้จริง”
เมื่อหลวงปู่เทศน์เสร็จ ท่านแจกล็อกเก็ตรูปท่านให้ญาติโยมเราจึงได้รับมาด้วยจากมือท่าน (ตอนนี้เอาแขวนไว้หน้ารถเลย)
ออกจากวัดป่าสีห์พนมก็เดินทางต่อไปเพื่อไปยังอำเภอเมืองสกลนคร แวะทานก๋วยเตี๋ยวที่อำเภอระหว่างทาง (จำไม่ได้แล้ว อร่อยดี วนหาอยู่หลายรอบ) แล้วแวะที่วัดป่าอุดมสมพร ได้กราบเจดีย์เก็บพระธาตุของ พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร เสร็จแล้วขับไปต่อ

ระหว่างทางได้ผ่าน วัดป่าโสตถิผล ซึ่งตอนแรกไม่ได้ตั้งใจแวะไปเพราะก่อนมาได้แวะไปกราบ หลวงปู่บุญหนา ธัมมทินโน ที่กรุงเทพมาก่อนแล้ว และทราบว่าเป็นเวลาที่หลวงปู่พักผ่อนพอดี แต่ก็ตัดสินใจแวะเข้าไปและโชคดีว่าหลวงปู่ได้เปลี่ยนเวลาให้ญาติโยมได้เยี่ยม เวลาพักผ่อนจึงเป็นเวลาที่เข้าไปกราบท่านได้พอดี ศาลาที่วัดท่านขนาดกำลังดีแต่วันนี้ญาติโยมไปเยอะเลยดูเล็กไปถนัดตา หลวงปู่บุญหนาท่านเมตตามาก ได้ถวายสังฆทานกับท่านและได้รับพระที่ระลึกจากท่านมาด้วยอีกเช่นกัน ^__^
เสร็จจากวัดป่าสีห์พนมก็วิ่งไป วัดถ้ำขาม ทางไปซับซ้อนใช้ได้ (หรือเพราะขับตาม GPS หว่า มันพาไปทางที่ซับซ้อน ^^”) ไปถึงประมาณ 3 โมงกว่า ที่วัดถ้ำขามอยู่บนเขา มีเจดีย์เก็บพระธาตุของหลวงปู่เทสก์ไว้ ได้แวะไปกราบท่านพระที่วัดและถวายสังฆทานกับท่าน จึงได้ทราบว่า เป็นถ้ำที่ครูบาอาจารย์เคยมาภาวนาหลายองค์ และหลวงปู่เทสก์ท่านได้เลือกวัดนี้เป็นที่ละสังขาร ในวัดยังเก็บเครื่องอัฐบริขารและเตียงที่หลวงปู่เทสก์มาพักอยู่ให็ญาตโยมได้กราบไหว้บูชา
อยู่บนยอดเขามองไปทางไหนก็มีแต่ป่าทั้งนั้น ร่มรื่นดีจริงๆ ระหว่างทางกลับแวะถ่ายรูปกับทุ่งนาเขียวขจี แวะคุยกับชาวนา เค้าคงหาว่าคนเมืองก็อย่างนี้ เห็นทุ่งก็แวะถ่ายรูปกันแล้ว
ถึงเมืองสกลนครก็เย็นๆ แล้วเข้าพักที่โรงแรม MJ จังหวัดสกลนคร เป็นโรงแรมที่อยู่ในตัวเมือง มีตลาดอยู่ตรงข้าม แวะไปทานร้านอาหารเวียดนามแถวนั้น (ถามยามที่โรงแรม เขาแนะนำร้านนี บอกว่าผู้ใหญ่มาก็กินร้านนี้กัน) ค่ำๆ ขับรถวนหาร้านนวดแต่หาไม่เจอ ก็เลยกลับโรงแรม เตรียมตัวนอน
ปล. ขอจบบันทึกเพียงเท่านี้ก่อนนะครับ เขียนไปเขียนมาชักเหนื่อย เอาไว้มีแรงจะมาเขียนตอนที่เหลือ อนุโมทนาทุกท่านด้วยครับ
26 ก.ค. 2553

วันนี้ตื่นแต่เช้าเพื่อไปใส่บาตรที่วัดป่านาคนิมิตต์ ด้วยความไม่รู้เราก็เตรียมกับข้าวแบบคนเมืองไป ไปถึงจึงทราบว่าเขาใส่แต่ข้าวเหนียวกัน ^^” ได้ใส่บาตร หลวงปู่อว้านและคณะสงฆ์ เสร็จแล้วก็เดินไปถวายอาหารบริเวณบนศาลาการเปรียญ
วัดป่านาคนิมิตต์นี้เป็นวัดที่หลวงปู่มั่นเคยมาจำพรรษาด้วย ยังมีกุฏิที่หลวงปู่มั่นเคยจำพรรษาให้เราสามารถเข้าชมและกราบรูปพระอาจารย์บนกุฏิได้ ปัจจุบันมีหลวงปู่อว้าน เป็นเจ้าอาวาส ทราบว่าท่านเคยเป็นเณรและได้พบหลวงปู่มั่นด้วย (จำรายละเอียดได้ไม่แน่นอนนะครับ)
ช่วงที่ครูบาอาจารย์ท่านฉันอาหาร ญาติโยมจะสวดมนต์ไปขณะนั้น เราก็สวดไปด้วย มีบทหนึ่งที่หมวยชอบ เป็นบทสวดภาษาไทยกล่าวประมาณว่า
“คนเราเกิดมาก็ต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย ผมที่เคยดำก็ต้องขาว จะมันประมาทใยในชีวิต ในความตาย”
จนถึงบัดนี้ยังหาไม่ได้ หลังจากสวดเสร็จ หลวงปู่อว้านท่านจะเทศน์สอนญาติโยมจนจบ ที่วัดนี้มีเด็กๆ มาฟังธรรมอยู่สองคน ท่าทางน่ารักและสนใจในพระพุทธศาสนา เข้าใจที่หลวงปู่อธิบายและคอยช่วยเหลือผู้ใหญ่ในการส่งของต่างๆ น่ารักจริงๆ
ออกจากวัดป่านาคนิมิตต์ เดินทางไปวัดดอนธรรมเจดีย์เป็นที่ต่อไป วัดดอนธรรมเจดีย์เป็นวัดที่พระอาจารย์มหาบัวท่านกล่าวไว้ว่าท่านตัดกิเลสขาดสะบั้นที่วัดแห่งนี้

ไปถึงตอนแรกไม่แน่ใจว่าจะทันได้กราบ หลวงปู่แบน ธนากโร ไหมเพราะไปถึงก็สายแล้ว แต่สุดท้ายก็ทันและได้ฟังท่านสอนญาติโยมสักแป็ปก่อนที่ท่านจะไปพักผ่อน
ออกจากวัดดอนธรรมเจดีย์ก็ขับกลับเข้ามาในตัวเมือง ไปยังวัดป่าสุทธาวาส วัดที่หลวงปู่มั่นได้ละสังขาร ที่วัดมีพิพิธภัณฑ์เก็บพระธาตุของหลวงปู่มั่น รวมถึงอัตถบริขารจากที่ต่างๆ ที่หลวงปู่มั่นได้เคยจาริกตลอดหลายปีที่ท่านเดินทางสั่งสอนพระโยมตามที่ต่างๆ นอกจากนี้ยังมีเจดีย์เก็บพระธาตุพระอาจารย์อีกด้วย
เสร็จจากวัดป่าสุธาวาสก็เริ่มเดินทางกลับ โดยไปพักที่ขอนแก่นก่อนหนึ่งคืน ก่อนที่อีกวันขับรถกลับถึงกรุงเทพ จบทริบเดินทางแสดงบุญที่อีสานเป็นครัั้งแรกอย่างชื่นบาน ^__^

Leave a Reply