ธุรกิจเกษตร (Agribusiness) มีกี่ประเภท

by

— last updated:

first published:

ธุรกิจเกษตร (Agribusiness) มีอะไรบ้าง ตอนที่ 1

หลังจากที่เรารู้วิธีการแบ่งกลุ่มอุตสาหกรรมของประเทศไทย (TSIC) แล้ว (แนะนำให้อ่าน TSIC คืออะไร ก่อนนะครับ) วันนี้เรามาดูกันว่า หากเรานำหลัก TSIC มาจัดกลุ่มธุรกิจเกษตร (Agribusiness) เราจะจัดกลุ่มธุรกิจเกษตรได้กี่กลุ่ม เป็นอะไรได้บ้าง

1. การจัดประเภทธุรกิจเกษตร (Agribusiness) ด้วย TSIC คืออะไร

TSIC คือ การมาตรฐานการจัดหมวดหมู่อุตสาหกรรมของประเทศไทย (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ —> TSIC คืออะไร) โดย TSIC ได้จัดหมวดหมู่อุตสาหกรรมเป็นระบบ คือ หมวดใหญ่ หมวดย่อย หมู่ใหญ่ หมู่ย่อย และกิจกรรม เพื่อประโยชน์ในการเก็บข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมแต่ละประเภท

การจัดประเภทธุรกิจเกษตรด้วย TSIC ก็คือ เราจะดูว่า ธุรกิจเกษตร ถูกจัดหมวดหมู่ตาม TSIC ไว้กี่ประเภทนั่นเองครับ

2. ประเภทธุรกิจเกษตร (Agribusiness) ตามหมวดใหญ่ (Section)

สำหรับการเกษตร TSIC ได้จัดให้กิจกรรมทั้งหมดที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตรอยู่ในหมวดใหญ่ (Section) เดียวกัน โดยจัดอยู่ใน

หมวดใหญ่ (Section) A เกษตรกรรม ป่าไม้ และ ประมง

หมวดใหญ่ (Section) เป็นหมวดใหญ่ที่สุดของการจัดประเภทอุตสาหกรรม ที่แบ่งประเภทอุตสาหกรรมหลักๆ ออกเป็น 21 ประเภท

ตัวอย่างหมวดใหญ่อื่นๆ เช่น หมวดใหญ่ B (เหมืองแร่) หมวดใหญ่ C (การผลิต) หมวดใหญ่ F (การก่อสร้าง) หมวดใหญ่ I (ที่พักแรมและบริการด้านอาหาร) เป็นต้น

ธุรกิจเกษตร (Agribusiness) มีกี่ประเภท: การแบ่งหมวดใหญ่ (Section) ตาม TSIC โดยธุรกิจเกษตรถูกจัดอยู่ในหมวด A (ที่มา: การจัดทำข้อมูล GDP และข้อมูล GPP ของประเทศไทย โดย สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ)
ธุรกิจเกษตร (Agribusiness) มีกี่ประเภท: การแบ่งหมวดใหญ่ (Section) ตาม TSIC โดยธุรกิจเกษตรถูกจัดอยู่ในหมวด A (ที่มา: การจัดทำข้อมูล GDP และข้อมูล GPP ของประเทศไทย โดย สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ)

บันทึกนี้เราจะเจาะลึกเฉพาะ Section A กันครับ

ดังนั้นถ้าแบ่งธุรกิจเกษตรตามหมวดใหญ่ สรุปว่าแบ่งได้ 1 ประเภท คือ

  1. ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม ป่าไม้ และประมง

3. ประเภทธุรกิจเกษตร (Agribusiness) ตามหมวดย่อย (Division)

ในหมวดใหญ่ A เกษตรกรรม ป่าไม้ และประมง สามารถแบ่งออกได้อีกเป็นหมวดย่อย (Division) ได้อีก ถ้าลองเจาะดูหมวดย่อยของของหมวดใหญ่ (Section) A เกษตรกรรม ป่าไม้ และประมง จะแบ่งออกเป็น 3 หมวดย่อย คือ

  • 01: การเพาะปลูกและการเลี้ยงสัตว์ การล่าสัตว์ และกิจกรรม บริการที่เกี่ยวข้อง
  • 02: ป่าไม้และการทำไม้
  • 03: การประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

ก็คือ เอาชื่อหมวดใหญ่ (Section) มาแตกเป็นหมวดย่อย (Division) แล้วขยายความเพิ่มเติมนั่นเอง

ดังนั้น ถ้าเราแบ่งธุรกิจเกษตรว่ามีกี่ประเภท โดยอ้างอิงจากหมวดย่อย จะตอบได้ว่า 3 ประเภทครับ ได้แก่

  1. ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ การล่าสัตว์ และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง
  2. ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับป่าไม้และการทำไม้
  3. ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

4. ประเภทธุรกิจเกษตร (Agribusiness) ตามหมู่ใหญ่ (Group)

ลองไปดูละเอียดขึ้นไปอีก คือ ไปดูหมู่ใหญ่ (Group) ของแต่ละหมวดย่อย (Division) ที่มีอยู่ 3 หมวดย่อย ว่าแบ่งเป็นอะไรได้อีกบ้าง

ลองไปดูหมวดย่อยแรก คือ

01 (การเพาะปลูกและการเลี้ยงสัตว์ การล่าสัตว์ และ กิจกรรมบริการที่เกี่ยวข้อง)

ในหมวดนี้ สามารถแบ่งเป็นหมู่ใหญ่ (Group) ได้เป็น 7 หมู่ใหญ่ ดังนี้

(ปล. คำอธิบายรายละเอียดของธุรกิจในแต่ละกลุ่ม ผู้เขียนนำมาจาก “คำอธิบายการจัดประเภทอุตสาหกรรมตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจ” จาก รายงาน TSIC โดย สำนักงานสถิติแห่งชาติ” ซึ่งจัดทำโดย กลุ่มมาตรฐานสถิติ สำนักบริหารจัดการระบบสถิติ สำนักงานสถิติแห่งชาติ ครับ)

ธุรกิจเกษตร (Agribusiness) มีกี่ประเภท: การปลูกข้าว ถือเป็นกิจกรรมใน 011 การปลูกพืชล้มลุก
ธุรกิจเกษตร (Agribusiness) มีกี่ประเภท: การปลูกข้าว ถือเป็นกิจกรรมใน 011 การปลูกพืชล้มลุก ในการแบ่งกลุ่มธุรกิจเกษตรตาม TSIC

011 พืชล้มลุก

ในหมู่ใหญ่นี้ได้แก่ การปลูกพืชล้มลุก (พืชที่มีอายุไม่เกิน 2 ฤดูกาลเพาะปลูก) เช่น ธัญพืชทุกชนิด พืชตระกูลถั่ว พืชที่เมล็ดให้น้ำมัน พืชผักสวนครัว อ้อย ยาสูบ พืชที่ให้เส้นใย ไม้ดอก และพืชล้มลุกอื่นๆ รวมถึง การปลูกพืชเพื่อวัตถุประสงค์ในการผลิตเมล็ดพันธุ์

012 พืชยืนต้น

ในหมู่ใหญ่นี้ได้แก่ การปลูกพืชยืนต้น ซึ่งหมายถึง พืชที่มีอายุการปลูกเกิน 2 ฤดูกาล ไม่ว่าจะแห้งตาย หลังจากสิ้นสุดแต่ละฤดูกาล หรือเจริญเติบโตต่อไป รวมถึงการปลูกพืชเหล่านี้เพื่อเอาเมล็ดพันธุ์ ได้จัดประเภทไปตามชนิดของพืชในหมู่ย่อยต่างๆ

013 การขยายพันธ์พืช

ในหมู่ใหญ่นี้ได้แก่ การทำสวนไม้ประดับ การผลิตกิ่งชำ หน่อ และกล้าไม้เพื่อการขยายพันธุ์ หรือ นำมาทำกิ่งพันธุ์โดยการติดตา ทาบกิ่ง หรือตอนกิ่ง เพื่อนำไปปลูกต่อไป

014 การผลิตสัตว์

ในหมู่ใหญ่นี้ได้แก่ การเลี้ยง (การทำฟาร์ม) การเพาะพันธุ์ และการผสมพันธุ์สัตว์ทุกชนิด (ยกเว้นสัตว์น้ำ) รวมถึงการผลิตผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลพลอยได้จากการทำฟาร์มปศุสัตว์ เช่น ขนสัตว์และหนังสัตว์ ได้จัดประเภทไปตามชนิดของสัตว์ที่เลี้ยง

015 การทำฟาร์มผสมผสาน

การทำฟาร์มแบบผสมผสานระหว่างการปลูกพืชร่วมกับการเลี้ยงสัตว์ โดยไม่ได้ทำการปลูกพืช หรือเลี้ยงสัตว์อย่างหนึ่งอย่างใดเป็นพิเศษ หมายถึง การปลูกพืชหรือการเลี้ยงสัตว์อย่างใดอย่าง หนึ่งไม่เกิน 2 ใน 3 (น้อยกว่า 66 เปอร์เซ็นต์) ของกิจกรรมทั้งหมด

016 กิจกรรมสนับสนุนการเกษตรและกิจกรรมหลังการเก็บเกี่ยว

ในหมู่ใหญ่นี้ได้แก่ กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตทางการเกษตรและกิจกรรมที่คล้ายกับการเกษตร แต่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการผลิต (การเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร) ที่กระทำโดยได้รับค่าตอบแทนหรือตามสัญญาจ้าง รวมถึงกิจกรรมหลังการเก็บเกี่ยว ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเตรียมผลผลิตทางการเกษตรเพื่อจำหน่ายในตลาดซื้อขายสินค้าเกษตร

017 การล่าสัตว์การดักสัตว์และกิจกรรมบริการอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

การล่าสัตว์ การดักสัตว์ และกิจกรรมบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในกิจกรรมนี้ได้แก่

  • การล่าสัตว์และการดักสัตว์เพื่อการพาณิชย์
  • การนำสัตว์ที่ล่าหรือดักได้ทั้งที่มีชีวิตหรือไม่มีชีวิตเพื่อเป็นอาหาร ทำขนสัตว์ ทำหนังสัตว์ ใช้
  • ประโยชน์ในงานวิจัย ไว้ในสวนสัตว์ หรือเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้าน
  • การผลิตขนสัตว์ หนังสัตว์เลื้อยคลาน หรือขนนกที่ได้จากการล่าสัตว์หรือการดักสัตว์
  • การจับสัตว์ทะเลที่เลี้ยงลูกด้วยนมบนบก เช่น วอลรัสและแมวน้ำ

ส่วนในหมวดย่อยที่ 2 คือ

02 (ป่าไม้และการทำไม้)

สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 หมู่ใหญ่ ดังนี้

021 วนวัฒนวิทยา และกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวกับป่าไม้

  • การปลูกไม้ป่ายืนต้น รวมถึง การปลูกทดแทน การย้ายไปปลูกที่ใหม่ การตัดสางขยายระยะการอนุรักษ์ป่า และการดูแลทางเพื่อชักลากไม้
  • การปลูกป่าละเมาะ
  • การปลูกไม้ทำเยื่อกระดาษและไม้ที่ใช้เป็นเชื้อเพลิง (ฟืน)
  • การเพาะพันธุ์/ขยายพันธุ์กล้าไม้ป่า

022 การทำไม้

การแปรรูปไม้จากป่าในขั้นต้น หรือ ในลักษณะหยาบๆ ซึ่งผลผลิตของกิจกรรมนี้ อยู่ในรูปของไม้ซุง ชิ้นไม้ หรือไม้ฟืน

023 การเก็บหาของป่า

การเก็บหาของป่า (ที่ไม่ใช่ไม้) และพืชอื่นๆ ที่ขึ้นในป่า เช่น

  • เห็ดชนิดมัชรูมและชนิดทรัฟเฟิล
  • ไม้ไผ่ หน่อไม้ หวาย กก เปลือกไม้ สมุนไพร ผลไม้ป่า ดอกไม้ป่า และรากไม้
  • เบอร์รี่ ผลไม้เปลือกแข็ง (นัท)
  • เถาวัลย์ ผลโอ๊ก เมล็ดเกาลัด
  • ไม้ก๊อก ครั่ง ยางสน บาลาตา และกัมที่เหมือนยางอื่นๆ
  • ชันหอม ปุยพืช มอสและไลเคน

024 การบริการที่สนับสนุนการป่าไม้

การบริการที่สนับสนุนการป่าไม้ ที่ดำเนินการโดยได้รับค่าตอบแทนหรือตามสัญญาจ้าง เช่น การสำรวจทรัพยากรป่าไม้, การบริการให้คำปรึกษาด้านการจัดการป่าไม้ม, การประเมินคุณภาพไม้, การดับไฟป่าและการป้องกันไฟป่า, การควบคุมแมลงศัตรูป่าไม้

และยังรวมถึง กิจกรรมบริการทำไม้, การชักลากท่อนซุงภายในป่า, การให้เช่าเครื่องจักรและอุปกรณ์การป่าไม้ โดยมีผู้ควบคุม


และถ้าไปเจาดูหมวดย่อยสุดท้าย คือ

03 (การประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ)

จะพบว่าแบ่งออกได้อีกเป็น 2 หมู่ใหญ่ ดังนี้

ธุรกิจเกษตร (Agribusiness) มีกี่ประเภท: การประมง ถือเป็นกิจกรรมใน 031 ในการแบ่งกลุ่มธุรกิจเกษตรตาม TSIC
ธุรกิจเกษตร (Agribusiness) มีกี่ประเภท: การประมง ถือเป็นกิจกรรมใน 031 ในการแบ่งกลุ่มธุรกิจเกษตรตาม TSIC

031 การประมง

ในหมู่ใหญ่นี้ได้แก่ “การจับสัตว์น้ำ” คือ การล่า การจับ และการหาเพื่อเคลื่อนย้ายหรือเก็บรวบรวม สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในน้ำ (โดยเฉพาะปลา สัตว์น้ำจำพวกโมลลุสก์และครัสตาเซีย) รวมถึงพืชในทะเล ชายฝั่งทะเล หรือ ในแหล่งน้ำจืด ทั้งเพื่อใช้เป็นอาหารของมนุษย์และเพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ โดยใช้มือหรืออุปกรณ์จับสัตว์น้ำต่างๆ
(เช่น ตาข่าย เบ็ด อวน แห) และเครื่องมือชนิดวางประจำที่อื่นๆ (เช่น ลอบ สะดุ้ง)

ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้สามารถกระทำได้ตามแนวชายฝั่งทะเลที่มีระดับน้ำขึ้นลง (เช่น การจับหอยสองฝา หอยนางรม หรือหอยมุก) หรือตามชายฝั่งทั่วไปโดยใช้ตาข่ายหรือเครื่องมือขุดหาที่ทำขึ้นเอง หรือโดยส่วนใหญ่มักใช้เรือประมงพาณิชย์ทำการประมงตามชายฝั่งหรือในทะเล

การจับสัตว์น้ำแตกต่างจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (หมู่ใหญ่ 032) ตรงที่สัตว์น้ำที่จับจากแหล่งธรรมชาติถือเป็นทรัพยากรที่ทุกคนมีสิทธิที่จะใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดยไม่คำนึงถึงสิทธิในการใช้ประโยชน์ว่าถูกต้องหรือไม่ นอกจากนี้กิจกรรมดังกล่าวยังรวมถึงการจับสัตว์น้ำในแหล่งน้ำที่มีการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำลงไปด้วย

032 การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

ในหมู่ใหญ่นี้ได้แก่ “การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ” (หรือการทำฟาร์มสัตว์น้ำ) เป็นกระบวนการผลิตที่เกี่ยวข้องกับการเพาะเลี้ยงหรือการทำฟาร์มสิ่งมีชีวิตในน้ำ (เช่น ปลา สัตว์น้ำจำพวก ครัสตาเซียและ โมลลุสก์ พืชน้ำ สัตว์จำพวกจระเข้ และสัตวครึ่งบกครึ่งน้ำ) รวมถึงการเก็บผลผลิต โดยใช้เทคนิคต่างๆ ที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อเพิ่มผลผลิตให้สูงกว่าที่สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ (เช่น การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำลงเลี้ยง การให้อาหาร และการป้องกัน/กำจัดศัตรูที่มาจับกิน)

การเพาะเลี้ยง/การทำฟาร์มสัตว์น้ำ หมายถึง การเลี้ยงดูสิ่งมีชีวิตข้างต้น ในระยะตัวอ่อนและ/หรือโตเต็มวัย จนได้ขนาดในพื้นที่จำกัด/พื้นที่ล้อมขัง นอกจากนี้คำว่า “การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ” ยังครอบคลุมถึงกิจกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแต่ละชนิดที่บุคคล บริษัท หรือรัฐ เป็นเจ้าของดำเนินการตั้งแต่ขั้นตอนการเพาะเลี้ยงจนโตและรวมถึงการเก็บผลผลิตหรือจับขาย


ดังนั้น ถ้าตอบว่าธุรกิจเกษตรมีกี่ประเภท ถ้าใช้หมู่ใหญ่เป็นเกณฑ์ ก็ตอบได้ว่า แบ่งได้เป็น 13 ประเภท (7+4+2) ตามรายละเอียดด้านบนครับ

แค่นี้ เราๆ ท่านๆ ก็อาจจะมึนแล้ว แต่เดี๋ยวก่อน เรายังแบ่งให้ละเอียดกว่านี้ได้อีกถ้าแบ่งต่อไปเรื่อยๆ มันก็จะละเอียดขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน จึงขอยกส่วนการแบ่งกลุ่มที่ละเอียดกว่านี้ ไปต่อกันในบันทึกหน้า

ขอสรุปสั้นๆ สำหรับการแบ่งประเภทธุรกิจเกษตรตามเกณฑ์ 3 ประเภท จะแบ่งได้ดังนี้ครับ

ธุรกิจเกษตร (Agribusiness) แบ่งออกได้เป็น 1 ประเภท ถ้าแบ่งตามหมวดใหญ่ (Section)

ธุรกิจเกษตร (Agribusiness) แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ถ้าแบ่งตามหมวดย่อย (Division)

ธุรกิจเกษตร (Agribusiness) แบ่งออกได้เป็น 13 ประเภท ถ้าแบ่งตามหมู่ใหญ่ (Group)

บันทึกหน้า เรามาดูกันต่อ ว่าถ้าเจาะลึกไปอีก จะแบ่งธุรกิจเกษตรได้เป็นกี่ประเภท (อ่านต่อได้เลย คลิกที่นี่ –> ธุรกิจเกษตร (Agribusiness) มีกี่ประเภท แบบเจาะลึก)

6363636363636363636363

อ่านมาถึงตรงนี้ก็ต้องขอบคุณผู้อ่านมากครับ การจัดประเภทธุรกิจเกษตรเป็นส่วนหนึ่งของเรื่อง ธุรกิจเกษตร (Agribusiness) ซึ่งยังมีรายละเอียดที่น่าสนใจอีกมาก ถ้าอยากอ่านเรื่องอื่นของธุรกิจเกษตร การสร้างคุณค่า value proposition design, business model รวมถึงเรื่อง strategy เพิ่มเติม สามารถอ่านได้จากหน้าสารบัญ 

หากผู้อ่านอยากรู้เรื่องธุรกิจเกษตรแบบลึกซึ้ง สามารถติดต่อผู้เขียนเรื่องฝึกอบรมหรือการทำ workshop ได้ โดยสามารถดูรายละเอียดช่องทางการติดต่อผู้เขียนได้ที่ About ครับ


โสภณ แย้มกลิ่น (Sophon Yamklin) Avatar

References :